|
นอกจากนี้ การกำหนดให้รายได้พนักงานสูงกว่าข้าราชการ 1.5 และ 1.7 เท่านั้น ในความเป็นจริงพนักงานส่วนใหญ่จะได้ต่ำกว่าที่กำหนด โดยมหาวิทยาลัยจะหักรายได้ 0.2 ไป สมทบเป็นเงินกองทุนเพื่อจัดสวัสดิการ ค่ารักษา พยาบาล บางแห่งนำพนักงานเข้าระบบประกันสังคม
“หลายคนจึงจำเป็นต้องหารายได้เสริมด้วยการขายประกัน ขายสินค้า ขายตรง หรือทำงานวิจัยเสริม บางส่วนมองหางานใหม่ โดยสมัครสอบบรรจุเป็นข้าราชการในกระทรวงอื่น ซึ่งมีความมั่นคงในอาชีพมากกว่า” รศ.น.ท.ดร.สุมิตร สุวรรณ ประธาน เครือข่ายพนักงานสถาบันอุดมศึกษา ระบุชัด พร้อมทั้งเรียกร้องให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหันมามองและแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน ก่อนปัญหาสมองไหลของกลุ่มพนักงานจะลุกลามมากกว่าที่เป็นอยู่ หรือผู้ที่อยู่ก็อยู่อย่างหมดกำลังใจ และจากข้อเรียกร้องก็นำไปสู่การกำหนดเกณฑ์กลางในการบริหารงานบุคคลสำหรับพนักงานมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ โดยอธิการบดี ผศ.จริยา หาสิตพานิชกุล เป็น หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ถูกหยิบยกให้เป็นตัวอย่างของการจ้างงาน การบริหารงานบุคคลและจัดสวัสดิการ ที่สร้างความพึงพอใจให้กับพนักงาน ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ก็ขานรับที่จะตั้ง คณะทำงานขึ้นแก้ไขปัญหาและอาจจะนำไปสู่การยกร่าง พ.ร.บ.พนักงานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ...
ซึ่งสอดรับกับอนาคตใน 25 ปีข้างหน้า ที่มหาวิทยาลัยจะไม่มีข้าราชการอีกต่อไป โดยจะมีแต่พนักงาน จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายรองรับและจัดระบบการดูแลพนักงาน เพื่อให้พนักงานทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับการสอนบัณฑิตอย่างมีคุณภาพ พร้อมกับพัฒนาผลงานวิชาการ งานวิจัย เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้สูงขึ้น ที่สำคัญสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นครูอาจารย์ในสังคมไทย
ทีมการศึกษา มองว่าเสียงสะท้อนจากความอัดอั้นตันใจและความทุกข์ของพนักงานมหาวิทยาลัย คือสิ่งที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัย สภามหาวิทยาลัย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการและรัฐบาล ต้อง ไม่มองข้ามและควรต้องรับฟัง เพราะเป็นเสียงจากบุคลากรส่วนหนึ่งที่ช่วย ขับเคลื่อนประเทศ ที่สำคัญยังทำงานในระดับอุดมศึกษาที่เป็นแหล่งรวม “มันสมอง” ของประเทศ ทั้งยังเป็นเบ้าหลอมผลิตบัณฑิต เพื่อออกมาเป็น “มันสมอง” ผู้กำหนดชะตากรรมในอนาคตของประเทศ
|